ซื้อไม้ด่าง อย่างไรไม่ให้ถูกหลอก

บ้านและสวนมาคุยกับกับคุณจิ๋ว-ปราโมทย์ โรจน์เรืองแสง แห่งสวนอัญมณี ผู้สะสมไม้ด่างมากว่า 40 ปีด้วยใจรัก ถึงการเลือก ซื้อไม้ด่าง ที่เป็นไม้ใบอย่างฟิโลเดนดรอน มอสเตอร่า และลิ้นมังกร เพื่อใช้เป็นต้นพันธุ์ว่าเราเลือกซื้ออย่างไรกัน

จัดการกับต้นไม้ และพื้นที่สวนที่อยู่ติดกับบ้าน หรือพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ด

คอร์ตยาร์ดและบริเวณข้างบ้านไม่อาจดูสวยงามสมบูรณ์ได้เลยหากขาดสวนและต้นไม้ ด้วยลักษณะพื้นที่ซึ่งมีสเปซถูกปิดล้อมจากหลายทางและติดกับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทำให้พื้นที่ต้นไม้และสวนที่อยู่ติดกับบ้าน รวมไปถึงพื้นที่สวนคอร์ตยาร์ดมีจุดเด่นและรายละเอียดต่างจากสวนที่จัดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภายนอกอาคารหรือสเปซกว้างๆที่โอบล้อมอาคารเอาไว้ มาลองเรียนรู้การเลือกใช้ต้นไม้และการจัดสวนให้เหมาะสมกับพื้นที่ลักษณะนี้กันเถอะ การเลือกไม้ประธาน การเลือกไม้ยืนต้นเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนเลือกใช้ เพราะให้ความรู้สึกของสวนและธรรมชาติได้ในทันทีที่ปลูก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนจากแดดแก่คอร์ตยาร์ดและพื้นที่ภายในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีช่องเปิดทางทิศตะวันตกและทิศใต้ อีกทั้งด้วยลักษณะทรงต้นที่ส่วนใหญ่จะสูงตรงและแผ่ออกด้านบน ทำให้บริเวณใต้ต้นไม้ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อีกมาก สิ่งสำคัญในการเลือกไม้ยืนต้นมีทั้งเรื่องของกิ่งที่อาจหักและระบบรากที่อาจไปทำอันตรายแก่โครงสร้างฐานรากของบ้านที่อยู่ใต้ดินซึ่งเรามองไม่เห็น จึงมีข้อควรระวัง ดังนี้ – พื้นคอร์ตยาร์ดควรมีระยะความกว้างที่มีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อย 4 เมตร โดยต้นไม้ควรมีรูปทรงต้นแบบพีระมิด รูปทรงกระบอก หรือรูปทรงไข่ที่สูงชะลูดขึ้นด้านบน เนื่องจากต้นไม้ทุกชนิดโดยเฉพาะไม้ยืนต้นต้องการแสงแดดในการสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร ระยะดังกล่าวเป็นระยะแคบที่สุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพอจะเจริญเติบโตและแผ่กิ่งก้านได้ในพื้นที่ที่มีร่มเงาจากอาคารมาทาบเกือบทั้งวัน ซึ่งก็มีต้นไม้เพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้ในพื้นที่จำกัดขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประเภทปาล์ม น้ำเต้าต้น ลั่นทม ไทรใบสัก ยางอินเดีย เป็นต้น ซึ่งหากมีพื้นที่กว้างขวางก็สามารถเลือกใช้ต้นไม้อื่นที่เหมาะสมกว่าได้ – ไม้ยืนต้นที่ปลูกควรจะมีกิ่งที่สูงโปร่งไม่แผ่ออกด้านข้างมากนัก เนื้อไม้โดยเฉพาะบริเวณกิ่งต้องแข็งแรง ไม่เปราะหรือหักง่าย นอกจากนั้นยังควรหมั่นตัดแต่งให้เรือนยอดไม่สูงเด่น แน่นทึบ หรือเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไป ให้มีขนาดทรงพุ่มเหมาะสมกับตัวกระบะปลูกหรือภาชนะปลูกที่มีรากอยู่ใต้ดิน – ระบบรากไม่แผ่ออกด้านข้างมากเกินไปและไม่ลอยเหนือดิน ต้นไม้ในเขตร้อนส่วนมากเมื่อโตเต็มที่รากแก้วจะค่อยๆหายไป รากทั้งหมดจะกลายเป็นรากแขนง เราสามารถคาดเดาขนาดของรากข้างใต้ได้จากการแผ่ของกิ่ง ต้นไม้ที่ไม่แนะนำให้ปลูกจะมีรูปทรงลำต้นเป็นฉัตรหรือแผ่ออกกว้างด้านข้าง เช่น จามจุรี หางนกยูงฝรั่ง หูกระจง หูกวาง การตัดแต่งรากทำได้โดยการเปิดหน้าดินเหนือรากและตัดให้มีระยะห่างจากโครงสร้างอาคารประมาณ 50 เซนติเมตร ระวังไม่ให้เนื้อไม้ฉีกขาด จากนั้นจึงกลบดินตามเดิม […]

ไอเดียจัดสวนทะเลทรายด้วย กระบองเพชร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระบองเพชร หรือ แคคตัส เป็นหนึ่งในไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะมีราคาถูก หน้าตาสวยแปลก มีเอกลักษณ์ แถมยังเลี้ยงง่าย

รวม 5 สวนป่าข้างบ้าน บรรยากาศร่มรื่นเหมือนอยู่กลางป่า

เผลอแป๊บเดียวก็กำลังเข้าสู่หน้าฝนกันแล้ว ครั้งนี้บ้านและสวนจึงได้รวม 5 สวนป่าข้างบ้าน ที่มีบรรยากาศสุดร่มรื่น ชื่นฉ่ำต้อนรับหน้าฝนมาฝากกัน ดังนี้

สรุปวิธีตอนกิ่งต้นไม้แสนง่าย แบบเข้าใจและทำตามได้ไม่ยาก

วิธีตอนกิ่ง เป็นวิธีขยายพันธุ์ ที่ใช้กับพืชได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง มะเฟือง มะนาว เลมอน ส้ม ลิ้นจี่ มะเดื่อฝรั่ง ทับทิม ชมพู่ มะม่วง นิยมทำบาดแผลด้วยการควั่นกิ่งจะออกรากได้ง่ายที่สุด นิยมทำในฤดูฝน เพราะไม่ต้องคอยรดน้ำ โดยเลือกตอนกิ่งแก่ที่เจริญในปีที่แล้วหรือในปีเดียวกันก็ได้ แต่ต้องเป็นกิ่งที่แข็งแรง ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป เลือกกิ่งที่เจริญตั้งขึ้นจะออกรากดีกว่ากิ่งที่ทอดเอียงในแนวระนาบหรือกิ่งที่ห้อยลง แล้วทำแผลบนกิ่งให้ชิดใต้ข้อ ควั่นเปลือก เริ่มจากควั่นแผลบน ใช้มีดควั่นเปลือกตำแหน่งชิดใต้ข้อให้รอบกิ่ง โดยกดคมมีดเบาๆให้ลึกเพียงสัมผัสเนื้อไม้ จากนั้นควั่นแผลล่างให้ห่างจากแผลบนลงมาประมาณเท่าเส้นรอบวงของกิ่งหรือ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร กรีดเปลือกในแนวตั้งระหว่างแผลบนและล่าง แล้วลอกเปลือกออก ใช้มีดขูดกิ่งบริเวณรอยควั่น โดยวางคมมีดหรือสันมีดให้ต่ำกว่ารอยควั่นบนเล็กน้อยและขูดลงมาข้างล่างทางเดียว เพื่อไม่ให้รอยควั่นด้านบนช้ำเพราะเป็นตำแหน่งออกราก ถ้ารอยควั่นด้านบนช้ำจะไม่ออกราก การขูดต้องทำอย่างเบามือให้รอบกิ่งจนหมดความรู้สึกลื่นเมื่อสัมผัส อุปกรณ์ที่จำเป็น • มีดตอนกิ่ง เป็นมีดที่มีด้านคมโค้งหรือตรง ใช้เพื่อการควั่นกิ่ง ปัจจุบันมีการดัดแปลงคีมสำหรับควั่นกิ่ง ซึ่งสะดวกในการใช้งานมากขึ้น • ตุ้มตอน ทำจากขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำแล้ว 1 คืน บีบให้พอชื้นแล้วบรรจุในถุงพลาสติกขนาด 3 – 5 นิ้วหรือใหญ่กว่านั้นขึ้นอยู่กับขนาดกิ่งที่ต้องการตอน • […]

เคล็ด(ไม่)ลับเทคนิคดูแลสวนช่วงฤดูฝน

ฤดูฝนมาเยือนอีกครั้ง หลายๆคนชื่นชอบฤดูนี้เป็นพิเศษ เพราะมีบรรยากาศสดชื่นเย็นสบาย ต้นไม้ในสวนได้รับน้ำอย่างเต็มที่ ทําให้เจ้าของไม่ต้องเสียเวลารดน้ำเองทุกวัน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือความเฉอะแฉะที่มาพร้อมกับน้ําฝน ซึ่งส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกสบายหลายอย่าง โดยเฉพาะเมื่อฝนตกในปริมาณมากก็อาจทําให้บางพื้นที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายรวมถึงต้นไม้ในสวนสวยที่เฝ้าดูแลประคบประหงมมาอย่างดีอาจเกิดความเสียหาย…เละไม่เป็นท่าดูแลสวนช่วงฤดูฝน ปัญหาของคนรักสวนที่มักประสบกันในช่วงฤดูฝนก็คือต้นไม้มีอาการรากเน่าเฉาตายเนื่องจากน้ําขังแฉะในกระถางหรือแปลงปลูกเป็นเวลานาน หญ้าในสนามโตเร็วเร่งวันเร่งคืน โดยเฉพาะวัชพืชที่ต้องหมั่นตัดหรือถอนออกไม่ให้รกเรื้อ หรือหากมีลมแรงๆพัดเข้ามาร่วมด้วยก็อาจทําให้ต้นไม้หักโค่น กิ่งก้านเสียหายได้เป็นต้น แน่นอนว่าห้ามไม่ให้ฝนตกคงทําไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆในการดูแลสวน ดังนี้ หมั่นกําจัดวัชพืช วัชพืชจะเจริญเติบโตได้อย่างเริงร่าเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนโดยจะขึ้นปกคลุมต้นไม้ในสวน แย่งทั้งแสงแดดและอาหารทําให้ต้นไม้อ่อนแอ แถมยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อราซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคพืชต่างๆ รวมทั้งเป็นที่อยู่ที่หลบซ่อนของแมลง สัตว์ศัตรูพืชอย่างทาก หอยทาก และสัตว์มีพิษต่างๆได้ นอกจากนี้หากปล่อยให้วัชพืชโตเกินไปจะทําให้ยิ่งกําจัดได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายสูงด้วย ตัดแต่งกิ่งให้เรียบร้อย การตัดแต่งกิ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สําคัญในการดูแลต้นไม้ เพราะนอกจากทําให้ได้ทรงพุ่มที่สวยงามแล้ว ยังช่วยกําจัดโรคและแมลงที่แอบแฝงอยู่ โดยการตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งตา ตัดกิ่งที่แห้งตายหรือกิ่งที่เป็นโรคทิ้งไป และตัดแต่งให้เข้ารูปทรงตามที่ต้องการ การตัดแต่งควรทําก่อนเข้าฤดูฝน เพราะต้นไม้จะแตกยอดใหม่อย่างรวดเร็วเมื่อได้รับน้ําฝน โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในบริเวณบ้านต้องตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อเปิดช่องแสงให้บริเวณโคนต้นไม่ชื้นแฉะหรือเป็นบ่อเกิดของเชื้อราและโรค–แมลง อีกทั้งหากกิ่งทึบมากเกินไป เมื่อฝนตกหนักหรือเกิดพายุลมกระโชกแรงอาจทําให้กิ่งไม้ฉีกขาดและหัก จนเกิดอันตรายต่อตัวบ้านหรือสมาชิกในบ้านได้ สําหรับไม้ประดับรั้วและรั้วต้นไม้ต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งที่ยื่นยาวออกให้คงอยู่ในขอบเขตที่กําหนดอย่างสม่ําเสมอ เช่น ในฤดูร้อนและฤดูหนาวเว้นระยะในการตัดแต่งห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนในฤดูฝนที่ต้นไม้โตเร็ว อาจต้องตัดแต่งบ่อยขึ้น ประมาณ 10 วันต่อครั้ง ป้องกันน้ำท่วมขังแฉะโคนต้นไม้ ขั้นแรกต้องเตรียมดินปลูกที่ร่วนซุยระบายน้ําดี หากปลูกต้นไม้ลงดินให้พรวนดินรอบทรงพุ่มเพื่อให้ดินโปร่ง มีช่องว่างให้น้ําซึมลงได้ลึก ป้องกันน้ําขังบริเวณโคนต้นโดยปรับเนินดินหรือทําร่องให้น้ําระบายออกจากโคนต้นได้เร็วที่สุด […]

5 ไอเดียวิธีรดน้ำและดูแลต้นไม้วันหยุดยาว ที่เราไม่ได้อยู่บ้านหลายวัน

หลายบ้านมีแผนจะไปเที่ยวในวันหยุดยาว จึงต้องวางแผนและคิดค้นวิธีที่จะช่วยรดน้ำและดูแลต้นไม้วันหยุดเพื่อนำมาใช้ในยามจำเป็นซึ่งนอกจาก ระบบน้ำหยด แล้วยังมีวิธีน้ำต้นไม้อื่นๆ ที่ช่วยทดแทนการรดน้ำต้นไม้ในทุกๆวัน ด้วยวัสดุที่หาซื้อง่ายหรือทำใช้เองได้จากวัสดุง่ายๆที่อยู่ใกล้ตัว 1.กรวยน้ำหยด ดูแลต้นไม้วันหยุด วิธีแรกได้แก่การนำกรวยรดน้ำต้นไม้ติดเข้ากับขวดน้ำพลาสติกที่ใส่น้ำไว้ แล้วปักลงดิน น้ำจะหยดไหลผ่านกรวยในปริมาณเท่าๆกันสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินและต้นไม้ แต่อย่าลืมเจาะก้นขวดเป็นรูเล็กๆให้อากาศดันน้ำออกมาทางกรวยน้ำหยดด้วย 2.การให้น้ำแบบไส้เทียน ปัจจุบันมีกระถางต้นไม้สำเร็จรูปที่มีเชือกสำหรับดึงน้ำมาให้ความชุ่มชื้นกับต้นไม้กระถางได้ โดยกาจำเองได้เพียงนำเชือกไหมพรม หรือผ้าฝ้าย ใส่ไว้บริเวณใต้กระถาง วางซ้อนบนภาชนะที่ใส่น้ำไว้ เป็นระบบการให้น้ำในตัวเองจากน้ำด้านล่างผ่านเชือกไปยังกระถางต้นไม้ เป็นวิธีที่เหมาะกับไม้กระถางขนาดเล็ก 3.ระบบไอน้ำหมุนเวียน นำเอาโหลแก้วใสหรือโปร่งแสงมาครอบกระถางไว้ และใช้ความร้อนจากแสงแดดทำให้น้ำในกระถางหรือจานรองกระถางจะกลายเป็นไอระเหยอยู่ภายใน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับดิน คล้ายกับเทอร์ราเรียม 4.เชือกพาน้ำ วางขวดน้ำหรือภาชนะที่ใส่น้ำขนาดพอเหมาะให้อยู่สูงกว่าระดับกระถางเล็กน้อย แล้วใช้ปลายผ้า หรือ เชือกด้านหนึ่งใส่ไว้ในขวดน้ำ ส่วนอีกด้านฝังไว้ในกระถาง เมื่อดินในกระถางต้นไม้เริ่มแห้ง น้ำจะค่อย ๆ ซึมผ่านเชือก หรือ ผ้าที่ฝังดินเอาไว้ นำน้ำจากขวดน้ำมาให้ความชุ่มชื้นกับดินที่กระถางต้นไม้ ได้อย่างเหมาะสม 5.ใส่ถุงครอบ วิธีนี้นิยมใช้ในวงการซื้อขายต้นไม้ โดยการใช้ถุงพลาสติกใสใส่กระถางต้นไม้ที่รดน้ำไว้จนชุ่มชื้น จากนั้นเป่าเอาลมลงไปจนเต็มถุง และนำหนังยางมัดปากถุงพลาสติกใสจนแน่ แล้วนำไปวางในบริเวณที่สว่างแต่แสงแดดไม่ได้ส่องถึงโดยตรง หรือส่องเพียงช่วงเช้าเล็กน้อย ติดตามบ้านและสวน www.facebook.com/baanlaesuanmag

วิธีเพาะถั่วงอกแบบง่ายๆจากของใกล้ตัว แบบที่ทำได้ด้วยตัวเอง – บ้านและสวน

หากพูดถึงผักยอดนิยมในครัวเรือนแล้ว ถั่วงอกคงอยู่ในใจใครหลายคน นอกจากอุดมด้วยคุณค่าทางอาหารมากมายแล้ว ยังรับประทานง่ายและราคาไม่แพง เราขอแนะนําวิธีเพาะถั่วงอกแบบง่ายๆ ในขวดกาแฟสําหรับรับประทานเองในบ้าน โดยไม่ต้องใช้ดินไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะแถมยังปลอดภัยไร้สารมี มั่นใจว่าดีต่อสุขภาพของคนในครอบครัวแน่นอน มาดูกันค่ะว่ามีวิธีไหนบ้าง   เพาะถั่วงอกในขวดกาแฟ เพาะถั่วงอกแบบง่ายๆ เราจะลองเพาะถั่วงอกสําหรับรับประทานได้หนึ่งมื้อ โดยใช้อุปกรณ์ง่ายๆในครัวเรือนอย่างขวดกาแฟเก่าเป็นภาชนะ หรือจะดัดแปลงใช้ขวดน้ําพลาสติกก็ได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็ได้ถั่วงอกจานโตแล้วค่ะ ถ้าพร้อมแล้วไปลงมือกันเลย อุปกรณ์ • ขวดกาแฟหรือขวดน้ําพลาสติก • ผ้าขาวบาง ขนาดพอปิดปากขวดกาแฟหรือขวดน้ําพลาสติกได้ • หนังยาง • เมล็ดถั่วเขียว1กํามือ ขั้นตอน 1.ล้างเมล็ดถั่วเขียวให้สะอาด โดยคัดแยกเมล็ดถั่วที่ลอยน้ําและไม่สมบูรณ์ออกมาจากนั้นนําไปแช่ในน้ําอุ่น(ใช้น้ําร้อน1ส่วน และน้ําธรรมดา3ส่วน)ปล่อยให้เย็นและแช่น้ํานั้นต่อไป1คืนหรือ6-8ชั่วโมง จะสังเกตเห็นว่า เมล็ดถั่วเริ่มพองออก 2.ใส่เมล็ดถั่วในขวดกาแฟ ใช้ผ้าขาวบางปิดปากขวด แล้วรัดหนังยางให้แน่นเปิดน้ําใส่ขวดให้ท่วมเมล็ดถั่ว แล้วเทน้ําทิ้ง วางขวดในแนวนอน จากนั้นนําไปเก็บในถุงกระดาษทึบแสงประมาณ3-4ชั่วโมง จะเห็นว่าเปลือกเริ่มปริแยกออกจากกัน 3.นําขวดออกมาเปิดน้ําใส่อีกครั้ง และเทน้ําทิ้งเหมือนเดิม ห้ามแช่เมล็ดถั่วทิ้งไว้ในน้ํา เพราะจะทําให้เมล็ดขาดออกซิเจนและเกิดการเน่าได้ เมื่อสังเกตว่าเมล็ดดูดน้ําจนอิ่มตัวให้นําออกมาใส่น้ําแล้วเทน้ําทิ้ง อย่าปล่อยให้เมล็ดแห้งทําซ้ําต่อไปเรื่อยๆวันละ4-6ครั้ง(ทางที่ดีควรทําทุก3-4ชั่วโมง) เราจะเห็นถั่วแทงรากและต้นอ่อนออกมา และเปลือกถั่วจะหลุดล่อนออก ให้ช้อนทิ้งไปสิ่งสําคัญคือให้เก็บไว้ในที่มืด(เมล็ดและต้นอ่อนพืชยังไม่ต้องการแสงเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต) ทั้งยังทําให้ต้นถั่วงอกมีสีขาวน่ารับประทาน ประมาณ3วันก็จะได้ถั่วงอกที่พร้อมนําไปรับประทานได้ การเพาะถั่วงอกในถังพลาสติก วิธีนี้เหมาะสําหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องการถั่วงอกในปริมาณมากๆ เป็นอีกวิธีที่ทําได้ง่ายเช่นกัน ใครที่ขยันทําสักหน่อยหรือมีพื้นที่มากพอ […]

เคล็ดลับและวิธีรดน้ำต้นไม้อย่างถูกต้อง ซึ่งคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!

สิ่งที่ขาดไม่ได้สําหรับการจัดสวนคือไม้นานาพันธุ์แต่ที่สําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการดูแลต้นไม้เหล่านั้นให้สวยงามตลอดปี เพราะต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ไม่ต่างอะไรกับสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน เจ้าของสวนจึงต้องอาศัยความพิถีพิถันและการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากละเลยก็อย่าหวังว่าจะได้ชมดอกชิมผลให้ชื่นใจ รวมถึงการดูแลเอาใจใส่เกินความต้องการก็อาจทําให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพอใจนัก โดยเฉพาะเรื่องของวิธีรดน้ำต้นไม้ซึ่งมีเทคนิคแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช รดน้ำมากก็ตาย น้อยก็ตายจะทําอย่างไรดี วิธีรดน้ําต้นไม้ เป็นงานที่ต้องทําทุกวัน วันละ1-2ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น หากรดน้ําในช่วงเย็นควรเลือกเวลาที่ยังมีแสงแดดอ่อนๆ สาดส่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความอับชื้น ทั้งยังเป็นช่วงที่พืชสามารถสังเคราะห์แสงสร้างอาหารไปใช้บํารุงต้นได้ด้วย แต่หากวันใดฝนตกชุกก็ไม่ควรรดน้ําเพิ่ม สิ่งสําคัญคือ ระวังอย่าให้น้ํามากหรือน้อยเกินไป เพราะถ้ามากไปดินจะแฉะจนทําให้รากเน่า ต้นตายได้ โดยเฉพาะกระบองเพชรและไม้อวบน้ําต่างๆ แต่ถ้าให้น้ําน้อยเกินไปกับพืชที่ชอบความชุ่มชื้น เช่น เฟินและไม้ใบบางชนิด ก็จะทําให้เติบโตได้ไม่สมบูรณ์ และอาจตายได้ในที่สุด ในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีแสงแดดจัด อากาศร้อน ควรให้น้ําอย่างสม่ําเสมอ บางวันที่อากาศร้อนมากควรเพิ่มการให้น้ําในช่วงบ่าย หรือเพิ่มระบบพ่นหมอกเพื่อเพิ่มความชื้นให้พรรณไม้ด้วย สําหรับ วิธีรดน้ําต้นไม้ ที่ปลูกประดับในอาคารก็มีเทคนิคการรดน้ําที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะไม้ประดับที่ปลูกบริเวณที่ได้รับแสงน้อย ให้หมั่นสังเกตดินในกระถาง หากดินยังเปียกอยู่แสดงว่ายังไม่ถึงเวลาให้น้ํา การปล่อยให้ดินชื้นแฉะอยู่เสมออาจเป็นสาเหตุทําให้รากเน่าได้และควรมีจานรองกระถางรองไว้ด้วยเพื่อความสะอาด หรือโรยกรวดรองก้นกระถางเพื่อไม่ให้รากพืชแช่น้ําในกรณีที่รดน้ํามากเกินไป นอกจากนี้ควรนําต้นไม้ออกมาฉีดพ่นน้ําล้างลําต้นและใบบ้างเพื่อไม่ให้ฝุ่นจับ วิธีประหยัดการใช้น้ําในสวน มีหลายวิธีที่ช่วยประหยัดการใช้น้ําในสวน เช่น การปลูกต้นไม้ตามลําดับชั้น โดยปลูกไม้แขวน ไม้พุ่ม ไม้คลุมดินลดหลั่นกัน เมื่อรดน้ําจากต้นที่อยู่บนสุด น้ําจะไหลลงสู่เบื้องล่าง ต้นไม้จึงได้รับน้ํากันอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ําที่เหลือจากกิจกรรมต่างๆในบ้าน เช่น น้ําสุดท้ายที่เหลือจากการซักผ้าก็นํามาผสมน้ําใช้รดต้นไม้ในสวนได้ น้ําดังกล่าวจะมีสารฟอสเฟตเจือปนอยู่ซึ่งมีส่วนช่วยให้พืชออกดอก […]

วิธีทำลูกประคบจากผักสวนครัวข้างรั้ว

วิธีทำลูกประคบ เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาด้านการรักษาจากแพทย์แผนไทย โดยการนําสมุนไพรต่าง ๆ ไปนึ่งประมาณ 15 – 20 นาที แล้วนําไปประคบตามจุด หรือ ตําแหน่งที่ต้องการรักษา มีสรรพคุณช่วยในการรักษา รวมถึงช่วยในการไหลเวียนของเลือด ลดการอุดตันของเส้นเลือด การปวดบวมเกร็งของกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังได้กลิ่นที่หอมสดชื่นของสมุนไพร ทําให้ผู้ใช้รู้สึกตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า วิธีทำลูกประคบ 1.นําส่วนผสมทั้งหมดมาโขลกพอหยาบแล้วคลุกเคล้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน 2.ใส่ส่วนผสมทั้งหมดในผ้าดิบแล้วห่อเป็นลูกประคบ รัดเชือกให้แน่น 3.เมื่อต้องการใช้ให้นําลูกประคบไปนึ่งประมาณ 15-20 นาที จากนั้นนํามาประคบตามส่วนต่างๆของร่างกายที่มีอาการปวดเมื่อย หมายเหตุ •ลูกประคบที่ไม่ร้อนให้นําไปนึ่งต่อ หรือควรมีสองลูกสําหรับสลับนึ่งและใช้งาน •ลูกประคบที่ใช้แล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็น และใช้ต่อได้อีกประมาณ 3-4 ครั้ง โดยเมื่อนํามาใช้ให้ชุบน้ําเล็กน้อยก่อนนําไปนึ่ง •สามารถปรับเปลี่ยนตัวสมุนไพรที่ช่วยแก้ปวดเมื่อยหรือมีสรรพคุณใกล้เคียงกันได้ตามสะดวกเช่นใบส้มป่อยใบพลับพลึงใบว่านน้ํา หัวเปราะหอม ขอขอบพระคุณความรู้จาก ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพ บางเดชะ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและพิพิธภัณฑ์หมอไทยในจังหวัดปราจีนบุรีที่ออกแบบให้อิงกับแปลนบ้านของหมื่นชํานาญแพทยา แพทย์หลวงประจําพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีกิจกรรมหลักคือจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับสมุนไพรและภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยใช้พื้นที่รอบเรือนจัดเป็นสวนที่รวบรวมสมุนไพรสําหรับทํายาตํารับต่างๆเพื่อง่ายต่อการเก็บมาใช้งาน ร่วมกับการตกแต่งให้มีความสวยงามและร่มรื่น เหมาะกับการเข้ามาเยี่ยมชมและพักผ่อนหย่อนใจ จุดเด่นคือการนําไห ภาชนะแบบไทยๆที่มีส่วนสําคัญในการพัฒนาอาหารที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลําไส้หรือโพรไบโอติกของคนสมัยก่อน นํามาเป็นภาชนะปลูกต้นไม้ ช่วยให้สวนดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เรื่อง : ปัญชัช ภาพ : […]

น้ําหมักสมุนไพรไล่แมลง สูตรปฐม ออร์แกนิก สวนสามพราน

มนุษย์ถูกโรคภัยคุกคามสุขภาพร่างกายฉันใด ต้นไม้เองก็เป็นฉันนั้น โรคส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากแมลงศัตรูพืช ซึ่งหากใช้สารเคมีกําจัดก็อาจเป็นอันตรายกับเราได้ น้ําหมักสมุนไพรไล่แมลงจึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยไล่แมลงร้ายได้อย่างปลอดภัยและไร้สารตกค้าง โดยน้ําหมักสูตรนี้สามารถไล่หนอน เพลี้ย แมลงวันแดง แมลงวันทอง และด้วงชนิดต่างๆได้         ส่วนผสม • ฝักคูน 750 กรัม • ลําต้นบอระเพ็ด 750 กรัม • เหง้าว่านน้ํา 750 กรัม • ลําต้นตะไคร้หอม 750 กรัม • กากน้ําตาล 1 ลิตร • น้ําเปล่า 2 ลิตร วิธีทํา 1.หั่นฝักอ่อนคูน ลําต้นบอระเพ็ด เหง้าว่านน้ํา ลําต้นตะไคร้เป็นชิ้นเล็กๆ 2.คลุกเคล้ากากน้ําตาลและน้ํากับส่วนผสมอื่นๆให้เข้ากัน 3.นําไปหมักในภาชนะพลาสติกทึบแสงนาน 15 วัน ก่อนใช้งานหมายเหตุ •เมื่อต้องการใช้งาน ให้ผสมน้ําหมักสมุนไพรไล่แมลง1ช้อนชาต่อน้ํา 1 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเย็นสัปดาห์ละ2ครั้ง •หากเกิดปัญหาศัตรูพืชลงแปลงเร่งด่วน […]

รวม 20 ปัญหาในสวนยอดฮิต ตอบโดยกูรูมืออาชีพ

เพราะทุกปัญหาต้องมีคำตอบ เราจึงรวบรวมปัญหาในสวนยอดฮิตที่หลายคนเอามาถามกับทีมงานบ้านและสวนอยู่บ่อยครั้ง พร้อมคำตอบจาก 2 นักจัดสวนและภูมิสถาปนิกชื่อดัง คุณปณัฐ สุมาลย์โรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอโกล่าร์ จํากัด และคุณดนัยวิทย์ อยู่คง ภูมิสถาปนิก บริษัท โลโก้เท่ากับ จํากัด แต่จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย 1.ถ้ามีต้นไม้ใหญ่แล้วต้องการขุดย้ายไปปลูกที่อื่นต้องทําอย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่าชนิดพันธุ์ต้นไม้ที่เราจะขุดไปปลูกนั้นมีระบบรากเป็นอย่างไรและมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมแค่ไหน โดยไม่ควรเป็นต้นไม้ที่อยู่ในช่วงแตกยอดอ่อน เพราะใบยังต้องการน้ําเลี้ยงขึ้นไปบํารุงมาก สําหรับการขุดสด ส่วนมากจะใช้กับต้นไม้ทนแล้งและมีอัตราการเจริญ-เติบโตเร็วหรือมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 4 นิ้ว อย่างพวกแคนา ตีนเป็ดน้ํา ลั่นทม ทองหลางน้ํา เป็นต้น เราแค่ลิดใบ ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มใบให้บางเพราะเมื่อเราตัดรากต้นไม้ให้เล็กลง จํานวนใบก็ควรน้อยลงตามไปด้วยเพื่อลดการสังเคราะห์แสงของต้นไม้ จากนั้นก็ล้อมโดยเซาะร่องดินห่างจากโคนต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของรากแก้ว ยิ่งขนาดตุ้มใหญ่โอกาสรอดก็มาก จากนั้นตัดรากแขนงออก มัดดินที่โคนติดกับรากด้วยเชือกฝางแล้วใช้กระสอบป่านคลุมตุ้มดินอีกทีเพื่อป้องกันตุ้มดินแตก ส่วนการล้อมเตือนหรือล้อมคาหลุมใช้กับต้นไม้ที่มีความเปราะบาง โดยจะขุดดินรอบลําต้นไปจนถึงรากแก้วแล้วตัดรากแขนงออกให้เหลือประมาณรากถึงสองราก หมักตุ้มกับหลุมไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนครึ่งจนเริ่มมีรากแขนงแตกออกมา จากนั้นจึงตัดรากแก้วและรากที่เหลือออกทั้งหมดแล้วยกขึ้นมามัดโคนตุ้มดินเหมือนกับวิธีการล้อมสด 2.อันตรายไหม เมื่อผ่านไปสักพักต้นไม้ที่ล้อมมาปลูกเริ่มมีอาการใบร่วงเกือบทั้งต้น เป็นการปรับสภาพของต้นไม้ตามปกติอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะล้อมต้นไม้ดังกล่าวเอาไว้เป็นระยะเวลานานจนแตกใบและแตกพุ่มแล้วก็ตาม แต่เมื่อย้ายไปลงดินในที่ใหม่ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงของอาการต้นไม้ตามไปด้วย แค่พรวนดินรอบๆโคนต้นโดยไม่ให้กระทบกระเทือนระบบราก และก่อนปลูกควรรองพื้นหลุมด้วยกาบมะพร้าวสับ  แล้วใส่น้ํายาเร่งรากและปุ๋ยอินทรีย์น้ําในอัตราส่วนเจือจางลงไปด้วยเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของราก แต่หากมีอาการใบเหี่ยวแห้งติดกับต้น […]

8 ไอเดียปลูกไม้เลื้อยในแบบต่างๆ พร้อมบอกชนิดพรรณไม้ที่เหมาะกับการปลูก

ถือว่าเป็นโชคดีของบ้านเราที่สามารถปลูกไม้เลื้อยได้หลากหลายชนิด ความมหัศจรรย์ของไม้เลื้อยคือลำต้นที่สามารถทอดยาวเลื้อยพันสิ่งใกล้เคียงโดยมีอวัยวะพิเศษช่วยในการยึด ทำให้ไม้เลื้อยจำเป็นต้องมีที่หรืออุปกรณ์สำหรับช่วยยึดและพยุงต้นให้ลำต้นยืนได้ สามารถรับแสงแดดและแตกกิ่งก้านใบหรือออกดอกสวยงาม ซึ่งต้นไม้เลื้อยแต่ละชนิดก็มีลักษณะการยึดเกาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป รวมถึงนำไปปลูกและสร้างความสวยงามในสวนได้ต่างกัน เราจึงได้รวมไอเดียปลูกไม้เลื้อยในแบบต่างๆให้นำไปปลูกตามกันดังนี้ 1.ผนังระแนง วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อปกปิดสิ่งก่อสร้างที่ดูไม่สวยงาม ส่วนใหญ่จะใช้ต้นไม้เลื้อยที่มีรากพิเศษออกตามข้อที่สามารถเกาะแนบติดกับผนังได้ดี เช่น ตีนตุ๊กแก ไอวี่ และหัวใจแนบ ซึ่งผนังจำเป็นต้องมีผิวขรุขระและมีความชุ่มชื้นอยู่พอสมควร เช่น อิฐดินเผาหรือไม้เก่า นอกจากนั้นยังสามารถตีผนังด้วยระแนงหรือตาข่ายเพื่อปลูกต้นไม้ที่เถาไม่ใหญ่มากสามารถแตกกิ่งก้านยึดเกี่ยวได้ง่ายและมีมือพันขนาดเล็ก เช่น เหลืองชัชวาล พวงชมพู สร้อยอินทนิล เป็นต้น     2.โครงไม้เลื้อย สำหรับสวนที่มีพื้นที่ไม่มาก มีลักษณะแบบสวนอังกฤษหรือสวนที่ต้องการให้ไม้เลื้อยทำหน้าที่เหมือนต้นไม้พุ่มที่เป็นจุดเด่น  ใช้โครงไม้เลื้อยลวดลายหรือรูปทรงสวยงามน่าสนใจแล้วปล่อยให้ต้นไม้เลื้อยขึ้นพันโครงดังกล่าวแล้วตัดแต่งให้เข้ากับโครงไม้เลื้อยอยู่เสมอ ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่มักเป็นต้นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือกึ่งเลื้อยที่ขนาดต้นเล็กถึงกลาง ใบละเอียด ออกดอกง่าย  สามารถเลื้อยแบบพาดพิงหรือมียอดเลื้อยพันก็ได้แต่ต้องสามารถคงรูปทรงได้บ้าง ไม่โอนเอนติดดินและตัดแต่งเป็นลักษณะคล้ายต้นไม้พุ่มอยู่ได้ เช่น พวงแก้ว กุหลาบเลื้อย คอนสวรรค์  แฮ็ปปี้เนส เป็นต้น     3.ซุ้มไม้เลื้อย มักใช้พื้นที่บริเวณระเบียงหรือลานที่ใช้เป็นที่นั่งเล่นชมสวนหรือรับรองแขกได้ โดยมีเสาสำหรับรับน้ำหนักที่แข็งแรง 2 ต้นขึ้นไป มีคานและระแนงทำจากวัสดุแข็งเช่นเหล็กหรือไม้สำหรับให้ไม้เลื้อยทำหน้าที่เลื้อยพันไปมาและให้ร่มเงา ซึ่งต้นไม้ที่เลือกจำเป็นต้องเหมาะสมกับความแข็งแรงของซุ้ม โดยเฉพาะไม้เลื้อยที่มีลำต้นขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากอย่าง หิรัญญิการ์ สะแกวัลย์ หรือเล็บมือนาง ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกต้นไม้เลื้อยที่ออกดอกสะพรั่งสวยงามหรือมีกลิ่นหอมสดชื่นให้กับผู้ที่นั่งพักผ่อน […]

รวมไอเดียกระบะปลูกผักสวนครัวแบบต่างๆ สวยด้วยและกินได้ มีพื้นที่ไม่มากก็ปลูกได้

สวนสวยๆใครก็อยากมี แต่เราเชื่อว่ากระบะปลูกผักสวนครัวในบ้านที่สวยและกินได้ด้วยก็เป็นสวนอีกรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของบ้าน หลายคนใฝ่ฝัน เพราะอะไรก็ตามที่เราลงมือปลูกเอง คอยเฝ้าดูการเจริญเติบโต กระทั่งเก็บมารับประทานได้ก็ถือเป็นความภูมิใจของผู้ปลูกไม่น้อย ทว่าจะทําสวนสวยด้วยกินได้ด้วยอย่างไรให้เก๋ เรามีตัวอย่างมาให้เลือก ไปทําตามกัน แต่ก่อนอื่น เรามาเตรียมพื้นที่กันคร่าวๆ เพื่อให้ปลูกได้ง่ายขึ้น ดังนี้ 1.เลือกพื้นที่ บริเวณที่จะทําแปลงผักสวนครัวควรได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งวันหรืออย่างน้อย6ชั่วโมง หากเป็นบ้านจัดสรรก็ควรอยู่บริเวณทิศใต้หรือด้านที่ไม่ได้รับเงาจากตึกข้างเคียงมาบัง 2.เลือกรูปแบบสวนครัว บ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก สวนครัวกระถางหรือแขวนก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่หากมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อยก็สามารถทําแปลงผักได้ จะทําเป็นแปลงแบบดั้งเดิมหรือยกกระบะขึ้นมาโดยออกแบบให้สวยงามเพื่อใช้ตกแต่งสวนด้วยในตัวก็ได้ 3.เลือกชนิดพืช นอกจากพืชผักที่เราชอบและใช้งานบ่อยๆแล้ว หากเลือกชนิดที่มีรูปทรง สีสัน และเท็กซ์เจอร์แตกต่างกันก็สามารถใช้ทดแทนไม้ประดับได้ หรือจะปลูกไม้ดอกไม้ใบสวยๆแซมในแปลงผักเพื่อช่วยตกแต่งก็ไม่เลว อีกทางเลือกคือ ใช้พืชสมุนไพรกลิ่นหอมจากต่างประเทศที่มีรูปทรงสวย เช่น โรสแมรี่ มินต์ ไธม์ พาร์สลีย์ พืชเหล่านี้มีเท็กซ์เจอร์ใบสวย ทําให้สวนของคุณดูไม่เรียบเกินไป 4.เลือกขนาด ข้อกําหนดในการทําแปลงผักไม่มีขนาดตายตัว แต่ความกว้างของแปลงควรมีระยะให้มือเอื้อมถึงเพื่อจัดการได้ง่ายโดยอยู่ที่ประมาณ1.20-1.50เมตร (สําหรับแปลงผักที่เข้าได้ทั้งสองด้าน) และเว้นระยะทางเดินประมาณ75เซนติเมตร ก็จะเข้าไปใช้งานได้ง่ายขึ้น กระบะต้นไม้ + ที่นั่ง ออกแบบที่นั่งที่ต่อเชื่อมกับกระบะต้นไม้ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งสองฟังก์ชัน คือนั่งและปลูกได้ในตัว ลักษณะนี้ควรหลีกเลี่ยงพืชที่มีใบคม มีขนหรือหนามซึ่งทําให้ระคายเคือง เช่น ตะไคร้ มะเขือ มะกรูด พริกชะอม […]

ไอเดียทำกระบะต้นไม้เก๋ ๆ ในสวน 4 แบบ จากหนังสือ สวนเล็ก…ดูแลง่าย

การทำกระบะต้นไม้ เพราะเป็นไอเดียการกั้นขอลบเขตพื้นที่ในสวนที่ช่วยให้จัดการต้นไม้ได้ง่าย ทั้งยังทำเป็นขอตกแต่งสวนได้ด้วยในตัว

10 มุมจิบกาแฟในสวนสวยๆ แบบไม่ต้องไปถึงคาเฟ่

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หรือบางสถานที่ก็มีการล็อคดาวน์ทำให้เราต้องอยู่แต่ที่บ้านออกไปไหนไม่ได้ สร้างความหงุดหงิดใจให้กับเหล่าสายคาเฟ่หรือคอกาแฟอยู่ไม่น้อย แต่ถึงแม้เราจะอยู่ที่บ้านเราก็สามารถมีมุมจิบกาแฟในสวนสวยๆได้ โดยเราได้รวมรวมมุมจิบกาแฟในสวนที่สามารถทำได้ที่บ้านของคุณได้หลากหลายสไตล์ ให้สามารถนั่งพักผ่อนชิลล์ๆหรือจะถ่ายภาพอวดชาวโซเชียลก็ยังได้ 1.สวนไม้กระถางบนดาดฟ้า เจ้าของ :คุณพรกมล พุ่มฉัตร-คุณมนูญ ทองนพรัตน์ จัดสวน : Little Tree โดย คุณศิริวิทย์  ริ้วบำรุง และคุณจาตุรงค์ ขุนกอง สวนดาดฟ้าเล็กๆบนปกหนังสือ Easy Little Garden สวนเล็ก…ดูแลง่าย ของบ้านหลังนี้เป็นอีกไอเดียสวนที่จัดง่ายๆด้วย สวนไม้กระถาง ฟอร์มสวยและทนอย่างพวกแคคตัสและไม้อวบน้ำ ซึ่งนำไปปรับใช้กับพื้นที่จำกัดอย่างสวนระเบียง หรือสวนหลังบ้านได้ไม่ยากเลยทีเดียว ดาดฟ้าของบ้านหลังนี้เป็นพื้นคอนกรีตทั้งหมดและมีการยกพื้นบางส่วนขึ้นมาแต่แรก พื้นที่ส่วนที่ยกสูงปรับเปลี่ยนใหม่โดยปูพื้นไม้เทียมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์แบบลอยตัวจาก IKEA ดูแลรักษาง่าย ตกแต่งด้วยไม้กระถางทั้งหมดเน้นไม้ขนาดกลางและเล็กเน้นจัดกลุ่มกันและเล่นระดับสูงต่ำ เลือกใช้พรรณไม้ชนิดที่ทนอากาศร้อนและแล้งได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มแคคตัสและไม้อวบน้ำ ได้แก่ พญาไร้ใบ ลิ้นมังกร ยูฟอร์เบีย อโล ยุกกา อากาเว่ เป็นต้น รวมทั้งไม้ประดับอื่น ๆได้แก่ โอลีฟ กระดุมไม้ใบเงิน ไทรประดับ สนเกรวิลเลีย กราซีเนีย เป็นต้น ใช้กระถางดินเผา กระถางคอนกรีต และกระถางไฟเบอร์กลาส คุมโทนสีเรียบ ๆไม่ฉูดฉาด […]

ทําความรู้จัก“Permaculture” วัฒนธรรมใหม่ของโลก ที่แก้ปัญหาปากท้องและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จากปัญหาวิกฤตโควิด-19 และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ความสวยงามและการใช้งานอาจไม่เพียงพอเสียแล้วสําหรับการออกแบบสวนในปัจจุบัน สิ่งสําคัญคือสวนนั้นต้องช่วยให้เรามีชีวิตรอดในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง คําว่า“Permaculture”จึงเริ่มเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้างทั่วทั้งโลก ใครที่ยังไม่เคยรู้จักหรือรู้จักเพียงผิวเผิน เรามาเริ่มทําความรู้จักไปพร้อมๆกันเลย ที่มาที่ไป เพอร์มาคัลเจอร์เกิดขึ้นเมื่อราวปีค.ศ.1978 โดยบิลมอลลิสันและ มาซาโนบุ ฟุกุโอกะ ซึ่งต้องการศึกษาหาแนวทางที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อทําการเกษตรแบบยั่งยืน(Permanent Agriculture) ต่อมาจึงได้เกิดความเข้าใจว่า การจะทําการเกษตรรูปแบบนี้จําเป็นต้องทําวิถีชีวิตในทุกด้านให้ยั่งยืนด้วย แนวคิดดังกล่าวเริ่มแพร่หลายไปจนเป็นที่ยอมรับและศึกษาต่อไปในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันตก หากจะสรุปสั้นๆ เพอร์มาคัลเจอร์คือการทําเกษตรกรรมผสมผสานรูปแบบหนึ่งที่คนไทยก็คุ้นเคย ขนานไปกับวิถีชีวิตที่เป็นการรวมศาสตร์ในด้านต่างๆมาใช้ออกแบบวัฒนธรรมในทุกด้านของการดํารงชีวิตประจําวัน เพื่อผลิตอาหารและพลังงานให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล พร้อมรับมือสู่อนาคตที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอนและปัญหาพลังงานที่ลดลงไปในทุกวัน จะเห็นได้ว่าองค์ความรู้ของวิถีชีวิตแบบเพอร์มาคัลเจอร์ไม่มีหลักตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม สถานการณ์หรือความเหมาะสม เราได้รวบรวมไอเดียที่น่าสนใจของวัฒนธรรมสวนแบบเพอร์มาคัลเจอร์ที่สามารถประยุกต์ใช้กับสวนที่บ้านคุณได้ไม่ยาก ดังนี้ ลําดับการวางผังสวน การวางผังหรือแบ่งสัดส่วนภายในสวนเป็นหัวใจสําคัญของการทําสวนแบบเพอร์มาคัลเจอร์รูปแบบที่นิยมทํากันจะเริ่มจากการเลือกบริเวณที่ตั้งของบ้านที่อยู่อาศัยให้อยู่ตรงกลาง มีทางเข้า-ออกที่เชื่อมกับพื้นที่สาธารณะได้สะดวก ก่อนกําหนดโซนอื่นๆให้แผ่ออกเป็นรัศมีวงล้อมขยายซ้อนออกไปเรื่อยๆ โดยแต่ละลําดับของชั้นต่างๆ ด้านที่อยู่ใกล้ที่อยู่อาศัยคือการทําเกษตรที่ต้องการการดูแลหรือนํามาใช้ประโยชน์มากที่สุด เช่น ผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ขณะที่วงนอกสุดออกแบบให้มีลักษณะเป็นสวนป่าเพื่อรักษาและสร้างความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศเดิมหรือสวนป่าที่อยู่รอบๆ ทําให้สิ่งมีชีวิตสามารถใช้พื้นที่ในบริเวณนี้แบบเชื่อมถึงกันได้ การวางผังในลักษณะนี้นอกจากจะง่ายต่อการจัดการดูแลสวนที่ใช้พลังงานน้อยลงแล้ว ยังสอดคล้องกับการวางระบบอื่นๆ ทั้งการระบายน้ํา ให้แสงสว่าง และสาธารณูปโภค ซึ่งในโซนต่างๆที่มีกิจกรรมที่สามารถผลิตปัจจัย4ในการดํารงชีวิตได้ ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ เพื่อใช้ทําอาหาร ต้นไม้ที่มีใยหรือสีสําหรับทําเครื่องนุ่งห่ม ไม้หรือดินสําหรับก่อสร้างที่อยู่อาศัย และสมุนไพรสําหรับเป็นยารักษาโรค สร้างวงจรทรัพยากรที่เลียนแบบธรรมชาติ เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรกันในพื้นที่ ป่าอาหาร […]

น้ำหูเสือโยเกิร์ตสมู้ตที เครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงระบบหายใจ ที่ทำได้เองภายใน 5 นาที !

น้ำหูเสือโยเกิร์ตสมู้ตที เครื่องดื่มแสนอร่อยที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกําลังดี มีรสเผ็ดร้อนเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมคล้ายเครื่องเทศออริกาโน เหมาะเป็นเครื่องดื่มคู่กับมื้ออาหารที่ช่วยให้เจริญอาหารยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นยาบํารุงร่างกาย แก้อาการไอ ไอเรื้อรัง เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ อาหารไม่ย่อย รวมถึงช่วยแก้อาการหอบหืด ทําให้หายใจโล่งขึ้นอีกด้วย ส่วนผสม • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย หรือ ปริมาณ 135 กรัม • น้ําผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ • ใบหูเสือ 2-3 ใบ • น้ําแข็งก้อนใหญ่ 2-3 ก้อน วิธีทํา ปั่นส่วนผสมทั้งหมดในเครื่องปั่นน้ําผลไม้ให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน อาจเพิ่มรสเปรี้ยวด้วยมะนาว จากนั้นเทใส่แก้ว คุณป๊อป-อักขราทร ศิลปี เชฟและฟู้ดสไตลิสต์ผู้พัฒนาเมนูอาหารและแบรนด์สินค้ามานานกว่า10ปี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มูลนิธิไทยประกันชีวิต และร้านอาหารมากมาย สามารถติดตามผลงาน หรือติดต่อคุณป๊อปได้ที่ เพจเฟซบุ๊ค อาหารของคุณยาย By ครูป๊อป หรืออินตราแกรม Pop_silp ต้นหูเสือ หรือ เนียมหูเสือ […]

{หี}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {คลิบโป้}| {คลิบโป๊}| {jizzbo}| {คลิบหลุด}| {เอากัน}| {หีสวย}| {หนังโป๊ญี่ปุ่น}| {xxxx}| {xxxxxx}| {ดูหนังโป๊ฟรี}| {เลียหี}| {ควยใหญ่}| {xxxxx}| {อมควย}| {คลิปโป็}| {คลิปโป๊ไทย}| {หนังxhd}| {หีสวยๆ}| {หีขาว}| {สำหี}| {หนังโป้ญี่ปุ่น}| {คลิปเสียว}| {หนังโป๊hd}| {เย็ดหี}| {หนังโป๊ล่าสุด}| {คลิปเย็ด}| {คลิปโป๊นักศึกษา}| {หนังโป้ใหม่}| {หนังโป๊ hd}| {หนังโปhd}| {เด้ากัน}| {clip 18+}| {xxx18+}| {คลิปโป๊เย็ดกัน}| {คลิปโป๊เปิดซิง}| {พี่เย็ดน้อง}| {หนังโป๊นักศึกษา}| {ดูคลิบโป๊}| {แหกหี}| {หนัง x hd}| {หนังโป๊ใหม่ๆ}| {rate r}| {คลิบโป๊ะ}| {เสียวหี}| {หนังโป้hd}| {pornxxx}| {เย็ดโหด}| {xporn}| {คริปโป๊ญี่ปุ่น}| {หนังโป้ hd}| {av18+}| {ดูหนังโป้ฟรี}| {xx18+ 2020 news paper network}| {คลิ๊ปโป๊}| {แม่เย็ดลูก}| {โป๊ hd}| {xxxเปิดซิง}| {ดูดควย}| {หนังโป๊ฟรี}| {เย็ดสด}| {คลิปหลุดฝรั่ง}| {xxxพี่น้อง}| {ดูดหี}| {โดนเย็ด}| {คริบโป้}| {คลิปโป๊หลุด}| {คลิปลับ}| {รูปโป๊ดารา}| {brazzer}| {คลิโป๊}| {เยดหี}| {คลิบโป็}| {คลิปโป๊ข่มขืน}| {xxx เปิดซิง}| {หีเกาหลี}| {xx18+ 2020 news paper network}| {เย็ดท่าหมา}| {เย็ดซาดิส}| {คลิปโป๊ญี่ปุ่น}| {หนังซาดิส}| {จับเย็ด}| {พี่น้องเอากัน}| {เย็ดเเม่}| {น่าเย็ด}| {หนังr18+}| {thaixxx}| {เย็ดคนสวย}| {ลงแขก}| {หนังเย็ดกัน}| {คลิบข่มขืน}| {หนังเอ็กไทย}| {porngang}| {อยากเย็ด}| {สาวนมโต}| {เย็ดน้ำแตก}| {โป๊hd}| {โป๊ออนไลน์}| {สาวนมใหญ่}|
{คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}| {หนังเอ็ก}| {แอบดู}| {น้ำแตก}| {นมโต}| {คลิปโป๊}| {คลิปเย็ด}| {ขย่มควย}| {คลิป18+}| {เย็ดตูด}| {คลิบโป้}|