ต่อสายไฟสายอ่อนกับสายแข็ง ด้วยเทคนิคการพับและพัน

การ ต่อสายไฟ ต่างประเภทกันมักจะหลุดง่าย เรามีเคล็ดไม่ลับการต่อสายไฟชนิดสายอ่อน (สายฝอย) เข้ากับสายแข็ง แบบดึงไม่หลุดง่าย สามารถใช้งานได้นานและปลอดภัย มี 2 วิธี สำหรับการ ต่อสายไฟ ให้ยาวตรงต่อเนื่องไป และการต่อให้สายไฟให้กลับมาทบกัน ซึ่งมีขั้นตอนคล้ายกัน มาดูทั้ง 2 วิธีกันเลย ต่อสายไฟ วิธีที่ 1 1.ใช้คัทเตอร์หรือคีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนที่หุ้มสายแข็งออกประมาณ 5 เซนติเมตร และปอกฉนวนที่หุ้มสายอ่อนให้ยาวกว่าสายแข็งเล็กน้อย (ยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร) แล้วนำสายอ่อนมาพาดกับสายแข็ง โดยให้ชิดกับฉนวนให้มากที่สุด   2.จากนั้นพันสายอ่อนให้เป็นเกลียวรอบสายแข็ง ด้วยการพับสายทองแดงลงมาแล้วพันย้อนกลับขึ้นไป โดยให้สายทองแดงชิดมาทางด้านขวา   3.แล้วพันสายทองแดงวนรอบๆสายแข็งแบบแนบชิดติดกันอย่างต่อเนื่องจนสุดสาย จากนั้นใช้คีมจับพับสายแข็งส่วนปลายเข้ามาด้านใน แล้วบีบให้แน่น เราก็จะได้สายไฟที่ต่อเสร็จแล้ว อย่างแน่นหนาและไม่หลุดง่าย   วิธีที่ 2 1.ใช้คัทเตอร์หรือคีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนที่หุ้มสายแข็งออกประมาณ 4 เซนติเมตร และปอกฉนวนที่หุ้มสายอ่อนให้ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร จากนั้นใช้มือบิดหรือหมุนสายอ่อนให้เป็นเกลียว   2.แล้วนำไปพาดกับสายแข็ง […]

2 เทคนิคการต่อสายไฟ (สายอ่อน) แบบผูกเงื่อน

สิ่งสำคัญในการ ต่อสายไฟ คือต้องแน่นและแข็งแรง เพื่อไม่ให้สายไฟหลุดง่าย มีเคล็ดไม่ลับการต่อสายไฟสายอ่อนหรือสายฝอยแบบดึงไม่หลุด สามารถใช้งานได้นานและปลอดภัย  ที่ใครๆ ก็ทำเองได้ มาฝากกัน ต่อสายไฟ วิธีที่ 1 1.ใช้คัทเตอร์หรือคีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนที่หุ้มสายออกข้างละประมาณ 3 เซนติเมตร จากนั้นบิดหรือหมุนสายทองแดงให้เป็นเกลียว   2.ใช้มือดัดหรืองอสายไฟให้เป็นเหมือนห่วงหรือรูปเกือกม้า โดยให้เอียงหรือทำมุมประมาณ 45 องศา ทั้งสองเส้น จากนั้นนำสายไฟมาคล้องเข้าด้วยกัน   3.ให้ปลายสายไฟรอดผ่านห่วงของแต่ละเส้น (คล้ายๆกับการผูกเงื่อนพิรอด) แล้วใช้มือดึงปลายสายไฟเข้าหากัน   4.จากนั้นออกแรงดึงสายไฟทั้งสองข้างแบบสุดกำลัง แล้วพันเก็บสายส่วนเกินให้เรียบร้อยอีกครั้ง เราก็จะได้สายไฟที่ต่อเสร็จแล้ว อย่างแน่นหนาและไม่หลุดง่าย   วิธีที่ 2 1.ใช้คัทเตอร์หรือคีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนที่หุ้มสายออกข้างละประมาณ 3 เซนติเมตร จากนั้นนำสายไฟ (สีเทา) มาพาดกับสายไฟอีกเส้นหนึ่งคล้ายกับเครื่องหมายคูณ (X) ในลักษณะขวาทับซ้าย โดยให้มีพื้นที่ว่างเหลือเล็กน้อยประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วพันในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ส่วนสายไฟอีกเส้นหนึ่งให้พันในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา   2.จากนั้นให้พันสายทองแดงเอียงหรือชิดมาทางด้านขวา แล้วพันไปเรื่อยๆจนสุดสาย จากนั้นก็ให้พันสายทองแดงย้อนกลับมาอีกด้านหนึ่งเช่นเดียวกัน เพื่อให้สายไฟทั้งสองเส้นพันรอบตัวซึ่งกันและกันอย่างแน่นหนา […]

3 วิธีพื้นฐานการพันเทปพันสายไฟ

เมื่อต่อสายไฟ จำเป็นต้องหุ้มจุดต่อสายด้วยฉนวน ซึ่งนิยมใช้ เทปพันสายไฟ โดยควรเลือกใช้ เทปพันสายไฟ ที่ได้มาตรฐาน เนื้อเทปมีความเหนียว เมื่อพันสายไฟแล้วแนบกับสายได้ดี ที่สำคัญคือ วิธีการพันเทปพันสายไฟให้ถูกวิธีและไม่หลุดง่าย เพื่อช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร เทปพันสายไฟ 1.การพันเทปพันสายไฟรอบรอยต่อแบบหางเปีย เริ่มต้นด้วยการใช้คีมพับเก็บปลายสายที่ตีเกลียวแล้ว จากนั้นพันเทปจากตำแหน่งปลอกสายเส้นใดเส้นหนึ่ง โดยห่างจากตำแหน่งปลอกสายประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร แล้วพันขึ้นไปให้สุดเส้นลวดทองแดงที่ตีเกลียว  จากนั้นพันย้อนกลับมายังที่เดิม โดยพันไปกลับแบบเดิม 2-3 รอบ (เน้นพันเทปบริเวณจุดจบปลายสาย เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันไฟรั่ว)   และรอบสุดท้ายให้พันรวบสายไฟทั้งสองเส้นที่มีฉนวนหุ้มแล้วเข้าด้วยกัน ตัดเทปออกเมื่อพันเสร็จ วิธีนี้จะช่วยป้องกันเทปพันสายไฟหลวมหรือคลายตัวได้ดีกว่าการเริ่มพันเทปบนสายไฟที่รวบเข้าด้วยกันตั้งแต่แรก    2.การพันเทปพันสายไฟรอบรอยต่อแบบรับแรงดึง พันเทปจากตำแหน่งปลอกสายเส้นใดเส้นหนึ่ง โดยห่างจากตัวนำประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร จากนั้นพันรอบรอยต่อสายไปเรื่อยๆ และให้เทปทับเลยขึ้นไปบนส่วนฉนวนสายไฟอีกด้านหนึ่ง แล้วพันเทปไปและกลับรอบตัวนำสายไฟแบบนี้อีก 2-3 รอบ เพื่อให้มีความหนาเพียงพอต่อการป้องกันทางไฟฟ้า และป้องกันตัวเทปพันสายไฟฉีกขาดหรือชำรุดภายหลัง   3.การพันเทปพันสายไฟรอบรอยต่อของสายพีวีซีคู่ เริ่มต้นเหมือนกับการพันเทปพันสายไฟรอบรอยต่อแบบรับแรงดึง โดยพันเทปเลยขึ้นไปบนส่วนฉนวนสายไฟอีกด้านเพียงเล็กน้อย จากนั้นพันเทปไปและกลับรอบตัวนำสายไฟอีก 2-3 รอบ แล้วทำซ้ำแบบเดิมกับสายไฟอีกเส้นหนึ่งเช่นเดียวกัน   เมื่อพันเทปรอบตัวนำสายไฟทั้งสองเส้นเสร็จแล้ว ให้พันรวบสายไฟทั้งสองเส้นที่มีฉนวนหุ้มแล้วเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ระหว่างใช้เทปพันสายไฟ […]

4 วิธีพื้นฐานในการต่อสายไฟ

วิธีการ ต่อสายไฟ มีหลายแบบ ที่สำคัญคือต้องแน่นและแข็งแรง เพื่อให้สายไม่หลุดง่าย แต่ก่อนจะต่อสายไฟ เพื่อเพิ่มความยาวของสายหรือต่อแยกสาย เราจะต้องปอกฉนวนที่หุ้มสายออก โดยให้เส้นทองแดงโผล่ออกมายาวประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วใช้คีมดึงหรือบิดเป็นเกลียว เพื่อให้จุดต่อมีการสัมผัสกันอย่างแน่นหนา ต่อสายไฟ 1.การต่อสายแบบหางเปียหรือหางหมู เป็นการต่อสายแบบไม่รับแรงดึง เหมาะสำหรับการต่อสายไฟที่มีขนาดเท่ากัน เช่น ต่อภายในกล่องต่อสาย เริ่มต้นด้วยการใช้คัทเตอร์หรือคีมปอกสายไฟ ปอกฉนวนที่หุ้มสายออกข้างละประมาณ 2 นิ้ว ใช้คีมจับสายไฟทั้งสองเส้นไว้ แล้วใช้คีมปากจิ้งจกหรือคีมปากจระเข้มาบิดเป็นเกลียวให้แน่น จากนั้นใช้คีมมาตัดเส้นทองแดงส่วนปลายออกหรือใช้คีมพับหรืองอปลายสายก็ได้ แล้วบีบให้แน่น โดยให้เหลือความยาวประมาณ 1-2 เซนติเมตร ก่อนพันด้วยเทปพันสายไฟหรือสวมด้วยไวร์นัท (Wire Nut)   2.การต่อสายแบบรับแรงดึง ปลอกสายที่หุ้มฉนวนออกเส้นละประมาณ 3 นิ้ว แล้วนำมาพาดกันเป็นเครื่องหมายกากบาท หรือเครื่องหมายคูณ (X) ใช้คีมจับสายไฟทั้งสองเส้นไว้ในแน่น แล้วใช้คีมปากจระเข้หรือคีมปากผสมบีบแล้วหมุนให้เป็นเกลียว โดยให้สายไฟทั้งสองเส้นพันรอบตัวซึ่งกันและกัน   3.การต่อสายแบบแยก (หลายจุด) ใช้สำหรับกรณีที่ต้องการต่อสายไฟฟ้าไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องตัดสายเส้นหลัก อาจต่อแยกสายออกเป็น 3 ทาง หรือ 4 ทาง […]

เทคนิคการต่อปลั๊กไฟตัวผู้ แบบดึงไม่หลุด

ปลั๊กไฟตัวผู้ หรือเต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด สายไฟหลุดออกจากตัวปลั๊กไฟ ช่างประจำบ้าน มีเคล็ดไม่ลับการต่อปลั๊กไฟไม่ให้สายไฟหลุดง่าย ใช้งานได้นานๆ และปลอดภัยมาฝากกัน ง่ายมากๆแค่ดูคลิปไม่ถึงนาที ก็ทำได้เลย คลิป วิธีต่อปลั๊กไฟ  เครื่องมือและอุปกรณ์ ปลั๊กไฟตัวผู้ ไขควง หรือไขควงวัดไฟ คัทเตอร์ คีมตัดหรือคีมปลอกสายไฟ ขั้นตอนการทำงาน 1.ใช้คีมหรือคัทเตอร์ตัดหัวปลั๊กไฟตัวผู้ที่ชำรุดทิ้งไป จากนั้นใช้ไขควงคลายสกรูปลั๊กไฟตัวผู้ที่ต้องการเปลี่ยนใหม่ออกมา แต่ถ้าปลั๊กไฟตัวผู้เป็นชนิดหุ้มยางทนความร้อน ให้ใช้มือค่อยๆดันหัวปลั๊กไฟออกมา เราก็จะเห็นขาเสียบเช่นเดียวกัน 2.นำสายไฟเส้นเดิมมาปลอกฉนวนหุ้มสายด้วยคัทเตอร์หรือใช้คีมปลอกสายไฟยาวประมาณ 5 เซนติเมตร จากนั้นปลอกสายไฟบริเวณปลายสายอีกประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วแยกสายไฟสองเส้นออกจากกัน 3.ใช้มือข้างหนึ่งจับสายไฟเส้นหนึ่งไว้ แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งม้วนสายไฟลงมาเป็นห่วงหรือบ่วง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่กล่าวมากับสายไฟอีกเส้น เราก็จะได้สายไฟสองวงที่มีหน้าตาคล้ายกับการผูกโบ 4.นำสายไฟ (เส้นสีน้ำตาล) สอดเข้าไปด้านในช่องว่างของสายไฟอีกเส้นหนึ่ง (เส้นสีฟ้า) จากนั้นนำสายไฟเส้นสีฟ้า สอดเข้าไปด้านในช่องว่างของสายไฟเส้นสีน้ำตาล แล้วใช้มือค่อยๆดึงสายไฟทั้งสองเส้นที่สอดเข้าไปในห่วงให้พอตึงมือ 5.ใช้มือบิดหรือหมุนสายทองแดงที่ปลอกไว้แล้วให้เป็นเกลียว หรือรวมเป็นเส้นเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการพันสายไฟเข้ากับหัวสกรู 6.ใช้ไขควงคลายสกรูที่ยึดขาปลั๊กตัวผู้ให้หลวม จากนั้นนำสายทองแดงไปพันเข้ากับหัวสกรูในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เพื่อความแน่นหนา 7.ใช้ไขควงขันสกรูยึดขาปลั๊กตัวผู้ให้แน่น 8.เช็กจุดต่อต่างๆให้เรียบร้อยอีกครั้ง แล้วประกอบกลับเข้าที่ตามเดิม จากนั้นทดลองดึง กระชาก เพื่อทดสอบความแข็งแรงของสายไฟที่ต่อใหม่ ก่อนนำไปใช้งาน 9.ผลงานการต่อปลั๊กไฟตัวผู้ […]

ถ่านไฟฉาย หน้าตาคล้ายๆ แต่ใช้ไม่เหมือนกัน

แบตเตอรี่พกพา ถ่านไฟฉาย ถ่าน Dry Cell ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร เจ้าอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าเล็กๆเหล่านี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดในปัจจุบัน ซึ่งถ่านไฟฉายเองก็มีหลากหลายขนาดและชนิดของสารประกอบที่นำมาใช้ในการผลิต ซึ่งบ้านและสวนก็ขอนำมาเสนอในแบบที่มักจะพบกันได้ทั่วไปเป็นขนาดและชนิดที่นิยมใช้กัน ถ่านไฟฉายคืออะไร? ถ่านไฟฉาย เป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีที่ไม่ใช้สารละลายที่เป็นของเหลว จึงเรียกว่า เซลล์แห้ง (Dry cell) ผู้ที่สร้างเซลล์ไฟฟ้าเคมีชนิดนี้คือ เลอ คังเช George Leclanché ผู้ที่สร้างถ่านไฟฉาย ดังนั้น จึงอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เซลล์เลอคังเช โดยทั่วไปนั้นสำหรับถ่านไฟฉายทั่วไปที่เรียกว่า เซลล์แบบ Zinc Chloride ประกอบด้วยแท่งแกรไฟต์อยู่ตรงกลางเป็นขั้วแคโทดมีอิเล็กโทรไลต์เป็นส่วนผสมของแมงกานีส (IV) ออกไซด์ (MnO2) แอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) ซิงค์คลอไรด์ (ZnCl2) แป้งเปียก ผงคาร์บอน และน้ำคลุกเคล้าอยู่ด้วยกันในลักษณะเป็นอิเล็กโทรไลต์ชื้น สารทั้งหมดบรรจุอยู่ในกล่องสังกะสีอาจหุ้มด้วยกระดาษ แผ่นพลาสติกหรือโลหะสแตนเลส เพื่อป้องกันไม่ให้สารภายในรั่วออกมา ด้านบนของแท่งแกรไฟต์ครอบด้วยโลหะสังกะสีอีกชิ้นหนึ่ง ส่วนด้านล่างมีแผ่นสังกะสีทำหน้าที่เป็นขั้วแอโนด และเมื่อครบขั้นจึงเกิดเป็นพลังงานวิ่งผ่านเซลล์และนำไปใช้ประโยชน์ได้นั่นเอง ถ่านไฟฉายแบบใช้แล้วทิ้งมีสารประกอบที่เป็นพิษบรรจุอยู่จึงไม่ควรแกะออก ปัจจุบันได้มีความตระหนักถึงปัญหาขยะมีพิษที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก เราจึงควรทิ้งถ่านไฟฉายให้ถูกที่เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีเป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมไปได้ในตัว แบ่งตามขนาด ขนาด LR44 เป็นถ่านกระดุม ให้กำลังไฟ 1.5 V มีส่วนประกอบเป็น Alkaline สามารถใช้ถ่าน SR44 ทดแทนได้ มักใช้ในกล้องถ่ายภาพและเครื่องคิดเลข ขนาด CR2032 […]

5 ขั้นตอนตรวจระบบไฟฟ้าด้วยตัวเอง

ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะบ้านที่อยู่มานาน จึงควรหมั่นตรวจ ระบบไฟฟ้าในบ้าน ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง มาดูวิธีตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้นกัน 1.เริ่มด้วยการทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในบ้าน เริ่มตรวจโดยปิดสวิตช์ไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ออกให้หมด จากนั้นไปดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่าเฟืองเหล็กยังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว ให้ลองตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องตัดไฟรั่วว่ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ ด้วยการกดปุ่มทดสอบหรือ Test (ควรกดปุ่มทดสอบนี้เป็นประจำทุก 1 – 3 เดือน) ถ้ายังใช้ได้ดี สวิตช์หรือคันโยกจะตกลงมาทันทีเพื่อตัดกระแสไฟฟ้า และรวมถึงเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ 2.ตรวจสอบเมนสวิตช์ ดูว่ามีมดหรือแมลงเข้าไปทำรังในตู้หรือไม่ เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ลูกย่อยยังสามารถใช้ปลดวงจร ระบบไฟฟ้าในบ้าน ได้หรือไม่ ป้องกันไฟรั่วและไฟดูดได้ดีอยู่หรือไม่ หากมีอุปกรณ์ชำรุดหรือเสียหายควรหามาเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย 3.ตรวจสอบสายไฟฟ้าว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายบ้าง โดยเฉพาะสายไฟที่ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานอาจเปื่อยกรอบเนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน หรือถูกหนูกัดแทะฉนวนจนสายขาดได้ (ในกรณีที่ไม่ได้หุ้มสายไว้ด้วยท่อร้อยสายไฟ) ถ้าพบก็ต้องเปลี่ยนใหม่โดยด่วน 4.ตรวจสอบเต้ารับไฟฟ้า ดูว่าหลวม มีรอยแตกร้าว หรือรอยไหม้บ้างหรือไม่ ถ้าเต้ารับหลวมก็ขันสกรูให้แน่นดังเดิม แต่ถ้าแตกร้าวหรือพบรอยไหม้ก็ควรเปลี่ยนใหม่ และควรทดสอบเต้ารับทุกจุดว่ามีไฟหรือไม่ โดยใช้ไขควงวัดไฟทดสอบ 5.ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มักมีการจับต้องขณะใช้งาน เช่น เครื่องซักผ้า โดยตรวจว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ ด้วยการใช้ไขควงวัดไฟแตะที่ตัวเครื่องส่วนที่เป็นโลหะ ถ้าหลอดไฟติดหรือเรืองแสง แสดงว่ามีไฟรั่วให้หยุดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นทันที […]

เดินสายไฟร้อยท่อเหล็กสไตล์ลอฟต์

การ เดินสายไฟ ร้อยท่อ (เหล็ก) โชว์แนวสไตล์ลอฟต์ นอกจากผนังปูนเปลือยและการก่ออิฐโชว์แนวที่เห็นกันคุ้นตาแล้ว ก็ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของสไตล์นี้เช่นกัน แต่หลายคนก็แอบกังวลว่า หาก เดินสายไฟ ใหม่หรือต่อเติมแบบนี้ภายในบ้านบ้างจะมีอันตรายหรือไม่ ท่อเหล็กจะขึ้นสนิมหรือเปล่า ฯลฯ “ช่างประจำบ้าน” มีคำตอบมาช่วยคลายข้อข้องใจกัน 1.การ เดินสายไฟ ในบ้านมีกี่แบบ การเดินสายไฟโดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ  การเดินสายไฟลอย ซึ่งเราสามารถจัดการเองได้ด้วยการใช้ค้อนและเข็มขัดรัดสายไฟ หรือคลิปรัดสายไฟต่างๆที่มีจําหน่ายทั่วไป   และการเดินสายไฟร้อยผ่านท่อต่างๆ เช่น ท่อพีวีซี  ท่อเหล็ก หรือเดินสายในรางเหล็กหรือพลาสติก ซึ่งจะซ่อนความไม่สวยงามของสายไฟได้ดีกว่า 2.รู้จักท่อร้อยสายไฟ (โลหะ) ท่อร้อยสายไฟมีทั้งที่ผลิตจากพลาสติกและที่ทำด้วยโลหะ แต่ในที่นี้ขอกล่าวถึงท่อร้อยสายไฟที่ทำจากโลหะเท่านั้น โดยสามารถแบ่งย่อยได้อีก 4 ประเภท คือ +ท่อโลหะบาง (Electrical Metallic Tubing) หรือท่อ EMT ปลายท่อทั้งสองข้างเรียบ มีขนาด 1/2 – 2 นิ้ว ใช้เดินลอยภายในอาคาร หรือฝังในผนังได้ แต่ห้ามร้อยสายฝังดินหรือฝังในพื้นคอนกรีต +ท่อโลหะหนา […]

ปกป้อง อุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ (แสนรัก) ให้ปลอดภัยจากฟ้าผ่า

อุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีราคาค่อนข้างสูงแต่มีความอ่อนไหวในเรื่องของระบบไฟฟ้ามากด้วยเช่นกัน

งานรื้อถอน และราคาประเมินกลางที่ควรรู้สำหรับเจ้าของบ้าน

งานรื้อถอน เป็นอีกงานที่มองข้ามไม่ได้ในงานสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะสร้างบ้าน หรือก่อสร้างอาคารใด ๆ โดยเฉพาะงานรีโนเวตที่จะต้องเข้าไปจัดการกับสภาพเดิมของพื้นที่ งานรื้อถอน จึงเป็นขั้นตอนเริ่มเเรก ก่อนจะลงมือทำการก่อสร้างตามแบบต่อไป แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่า งานรื้อถอน มีราคาค่าจ้างอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ บ้านและสวนจึงไม่รอช้ามาเฉลยคำตอบให้คุณแล้ว เช่นเดียวกับงานก่อสร้าง งานรื้อถอน สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามแต่ละส่วนประกอบของบ้าน โดยราคาที่เราหามานี้อ้างอิงจากราคาประเมินของกรมโยธาธิการ ที่ในความเป็นจริงอาจจะแพงกว่าราคานี้อยู่ที่ 10-40% ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ทำเลที่ตั้ง และการตกลงเรื่องการขนทิ้งกองเศษวัสดุอย่างไร ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้รื้อถอนจะรวมกองเศษวัสดุไปขายต่อเอง หากเจ้าของต้องการจัดการกับเศษวัสดุเอง ก็ต้องตกลงกันเป็นกรณีพิเศษไป *อย่างไรก็ตาม ขอให้ใช้ข้อมูลนี้เพื่อเป็นตัวตั้งต้นในการประเมินงบประมาณ ทางที่ดีคือต้องสอบถามราคาและเปรียบเทียบจากช่างรับเหมารื้อถอนโดยตรง งานรื้อถอนโครงสร้าง งานรื้อถอนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก : 200-250 บาท/ลูกบาศก์เมตร งานรื้อถอนโครงสร้างไม้ : 150-250 บาท/ตารางเมตร งานรื้อถอนหลังคา งานรื้อถอนโครงหลังคา : 25-30 บาท/ตารางเมตร งานรื้อถอนวัสดุมุงหลังคา : 5-8 บาท/ตารางเมตร งานรื้อถอนฝ้า งานรื้อถอนฝ้ากระเบื้องแผ่นเรียบ หรือวัสดุแผ่นเรียบอื่น ๆ : 25-30 บาท/ตารางเมตร […]

แผงโซลาร์เซลล์ มีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร?

กระแสการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังถือเป็นการช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย เเต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้อแผงโซลาร์เซลล์มาใช้ อาจยังมีคำถามอยู่ในใจมากมาย เช่น แผงโซลาร์เซลล์โมโนคริสตัลไลน์ พอลิคริสตัลไลน์ หรืออะมอร์ฟัสโซลาร์เซลล์ อะไรดีกว่ากัน รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์เเต่ละประเภทมีอายุการใช้งานกี่ปี วันนี้บ้านและสวนมีคำตอบเหล่านั้นมาฝาก ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย วิธีติดตั้ง เครื่องสูบน้ำโซลาร์เซลล์ สำหรับพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แผงโซลาร์เซลล์ คืออะไร แผงโซลาร์เซลล์ หรือ Photovoltaics (PV) คือ การนำโซลาร์เซลล์ จำนวนหลาย ๆ เซลล์ มาต่อวงจรรวมกันเป็นแผงขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น โดยไฟฟ้าที่ได้นั้นจะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC (Direct Current) แต่เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบ้านของเราส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ AC (Alternating Current) ดังนั้น ก่อนใช้งานจึงต้องนำมาแปลงไฟเสียก่อน โดยต่อเข้ากับเครื่องแปลงไฟ หรือที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ (Inverter) นั่นเอง ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทำมาจากผลึกซิลิคอน (Crystalline Silicon) ซึ่งอยู่ในรูปแบบแตกต่างกันไป […]

ปรับปรุงระบบไฟบ้าน (เดิม) ต้องเลือก ตู้ไฟฟ้า อย่างไรดี!

ตู้ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ไฟฟ้าหลักของระบบไฟฟ้าในบ้าน หากคิดรีโนเวทบ้านไม่ควรมองข้าม เพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าในบ้านปลอดภัยอยู่เสมอ

เบรกเกอร์กันดูด…ของดีที่ควรมีติดบ้าน(ไว้)

เบรกเกอร์กันไฟรั่ว/ไฟดูด มีหน้าที่ป้องกันไฟรั่วไฟดูด โดยตัดวงจรอัตโนมัติเมื่อมีกระแสไฟรั่วตามค่าที่กำหนด

ไฟรั่ว ไฟดูด ไฟช็อต..ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อพูดถึงอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะบ้านเก่าที่ระบบไฟฟ้าเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

4 เรื่องต้องรู้..ก่อนเลือกตู้ไฟฟ้ามาใช้งานในบ้าน

ตู้ไฟฟ้าหรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต ถือเป็นหัวใจหลักของระบบไฟฟ้าในบ้านก็ว่าได้ เพราะเป็นด่านแรกในการป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าต่างๆ

สูตรคำนวณ ค่าน้ำ ค่าไฟ ในบ้าน

เดือนเมษายนของทุกปี มักจะเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิความร้อนพุ่งทะลุเป็นสถิติให้ได้บันทึกกันแทบทุกปี เช่นเดียวกับอัตราค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นตามอัตราการดับร้อนด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า

เต้ารับเก่า ใช้งานมานานหลายสิบปี ควรเปลี่ยนหรือไม่

เต้ารับ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานยาวนานเหมือนกัน เริ่มตั้ง 10 ปี จนถึง 30 ปี แต่บางกรณีก็มีอาการเสื่อมสภาพก่อนกำหนด เพราะผลิตไม่ได้มาตรฐาน

ขาของตัวเสียบปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐาน กลม หรือ แบน?

แม้มาตรฐานนี้จะถูกประกาศใช้มานานมากกว่าสิบปีแล้ว แต่ยังคงมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ปลั๊กแบบหัวแบนขายกันอยู่จนทุกวันนี้ สาเหตุมาจากสองสามเหตุผล

{หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}| {หี}| {หนังav}| {หนังx}| {คลิปหลุด}| {เย็ด}| {หนังโป๊}|